กฎหมายแพ่ง
โดนฟ้องบัตรเครดิต ทำอย่างไรดี? ขั้นตอนรับมือและเทคนิคสู้คดีฉบับปี 2026
A
Admin23 ธันวาคม 2568
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังพยายามจัดการรายจ่ายในแต่ละเดือนอย่างยากลำบาก ทันใดนั้นก็มีจดหมายจากศาลมาแปะหน้าบ้าน ระบุว่าคุณถูกฟ้องจากบริษัทบัตรเครดิตเนื่องจากค้างชำระมานานหลายเดือน ความรู้สึกแรกคือความตกใจ กลัวจะติดคุก หรือกลัวโดนยึดทรัพย์ทันที หลายคนเลือกที่จะ “หนี” หรือ “ไม่ไปศาล” เพราะคิดว่าไม่มีเงินจ่ายไปก็ทำอะไรไม่ได้
แต่รู้หรือไม่ว่า? การไม่ไปศาลคือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด เพราะนั่นหมายความว่าคุณสละสิทธิ์ในการเจรจา และยอมรับยอดหนี้ที่ธนาคารฟ้องมาทั้งหมด (ซึ่งมักจะรวมดอกเบี้ยมหาศาล) วันนี้เราจะมาดูวิธีรับมือแบบเป็นขั้นตอนเพื่อให้คุณผ่านวิกฤตนี้ไปได้
5 ขั้นตอนรับมือเมื่อได้รับหมายศาลบัตรเครดิต
1. ตรวจสอบรายละเอียดในหมายศาล
เมื่อได้รับหมายศาล ให้ตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่ โดยดูเลขคดี ชื่อศาล และที่สำคัญที่สุดคือ "วันนัดไกล่เกลี่ย/นัดสืบพยาน" รวมถึงยอดหนี้ที่ฟ้องมาว่าตรงกับความเป็นจริงที่คุณค้างอยู่หรือไม่ โดยปกติศาลจะนัดให้เราไปพบในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นเวลาที่คุณต้องเตรียมตัว
2. เช็ค "อายุความ" (อาวุธลับของผู้ถูกฟ้อง)
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ กฎหมายกำหนดอายุความบัตรเครดิตไว้ที่ 2 ปี นับจากวันที่ชำระหนี้ครั้งสุดท้าย (หรือวันที่ผิดนัดชำระ)
หากธนาคารฟ้องหลังจากขาดส่งมาแล้วเกิน 2 ปี คดีนั้นจะถือว่า "ขาดอายุความ"
**ข้อควรระวัง**
แม้คดีจะขาดอายุความ แต่ศาลจะยกฟ้องให้เองไม่ได้ คุณต้องแต่งตั้งทนายความเพื่อเขียนคำให้การสู้คดีเรื่องอายุความเท่านั้น หากคุณไปศาลแล้วเซ็นยอมความ เท่ากับคุณสละสิทธิ์เรื่องอายุความทันที
3. การเตรียมตัวไปศาลในวันนัดไกล่เกลี่ย
ศาลในคดีผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเน้นการเจรจา เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยจะช่วยหาจุดกึ่งกลางระหว่างคุณกับธนาคาร คุณสามารถ
- ขอจ่ายเงินก้อนเดียวแต่ลดเงินต้นและดอกเบี้ยลง
- ผ่อนชำระเป็นงวดในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงหรือไม่มีดอกเบี้ยเลย
4. สัญญาประนีประนอมยอมความ (สัญญาหน้าศาล)
หากตกลงกันได้ ก็จะได้เซ็น "สัญญาประนีประนอมยอมความ" ซึ่งศาลจะพิพากษาตามสัญญานั้น ข้อดีคือดอกเบี้ยจะถูกหยุดไว้ที่อัตราที่ตกลงกัน แต่ข้อเสียคือหากคุณผิดนัดสัญญาฉบับนี้อีกครั้ง ธนาคารสามารถดำเนินการ "บังคับคดี ยึดทรัพย์" ได้ทันทีโดยไม่ต้องฟ้องใหม่
5. กรณีไม่มีเงินจ่ายจริงๆ จะถูกยึดทรัพย์ไหม?
หากเจรจาไม่ได้และศาลพิพากษาให้แพ้คดี กฎหมายไทยมีข้อกำหนดคุ้มครองลูกจ้างรายวันหรือมนุษย์เงินเดือน ดังนี้
- เงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาท กรมบังคับคดีห้ามอายัดเงินเดือน
- ทรัพย์สินเครื่องใช้ในครัวเรือน หากรวมกันมูลค่าไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ห้ามยึด
- บ้าน/ที่ดิน หากเป็นชื่อของคุณ ธนาคารมีสิทธิ์ยึดมาขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้
ข้อควรระวังจากทนาย
อย่าเซ็นเอกสารส่งเดช ในวันไกล่เกลี่ย หากเจ้าหน้าที่ธนาคารยื่นเอกสารมาให้เซ็นโดยอ้างว่าเป็นเอกสารยืนยันการมาศาล จง "อ่านให้ละเอียด" เพราะบ่อยครั้งมันคือสัญญาการยอมรับสภาพหนี้ที่จะทำให้คุณเสียสิทธิ์ในการสู้คดีเรื่องอายุความ
พกสลิปชำระครั้งสุดท้ายไปด้วย เพื่อยืนยันวันที่เราขาดส่งจริง หากธนาคารนับวันที่ต่างจากเรา เราจะได้มีหลักฐานโต้แย้ง
ความเชื่อผิดๆ เรื่องติดคุก คดีบัตรเครดิตเป็น "คดีแพ่ง" ไม่ใช่คดีอาญา คุณจะไม่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายหนี้แน่นอน ยกเว้นกรณีจงใจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหนีหนี้ (อาจโดนข้อหาโกงเจ้าหนี้)
สรุปต้องทำอะไรต่อ?
หากคุณเพิ่งได้รับหมายศาลวันนี้:
1. หาสลิป/Statement มาดูว่าจ่ายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เพื่อเช็คอายุความ
2. ประเมินกำลังจ่าย ว่าผ่อนได้เดือนละเท่าไหร่ (อย่ารับปากส่งเดชถ้าทำไม่ได้จริง)
3. ปรึกษาทนายความ หากพบว่าหนี้ขาดอายุความแล้ว หรือมียอดดอกเบี้ยเกินจริง

